MM92
Enshrouded

สารบัญเว็บไซต์

Enshrouded เอาตัวรอดในโลกแฟนตาซีที่สร้างบ้านได้แทบทุกแบบ ทำไมสายสร้างถึงติดเกมนี้ง่ายมาก

ถ้าใครชอบเกมเอาตัวรอดแต่ไม่อยากเล่นแบบตัดไม้ สร้างกล่องสี่เหลี่ยม แล้วจบแค่นั้น ผมคิดว่า Enshrouded เป็นเกมที่น่าลองมาก โดยเฉพาะคนที่ชอบสร้างบ้านและแต่งฐาน เพราะระบบก่อสร้างของเกมนี้ให้อิสระสูงกว่าที่เห็นในตอนแรกเยอะ สิ่งที่ผมชอบคือเราไม่ได้สร้างได้แค่บ้านธรรมดา แต่สามารถค่อย ๆ ขยายจากกระท่อมเล็ก ๆ ไปเป็นคฤหาสน์ ป้อมปราการ หมู่บ้าน หรือแม้แต่ฐานขนาดใหญ่ที่ดูเหมือนเมืองเล็ก ๆ ได้เลย จากประสบการณ์ของผม เกมแนว Survival ที่ทำให้การสร้างบ้านสนุกจริงต้องมีสองอย่าง คือระบบต้องไม่ขวางจินตนาการ และของที่สร้างต้องมีประโยชน์กับการเล่น ซึ่ง ระบบสร้างบ้าน Enshrouded ทำสองอย่างนี้ได้ค่อนข้างลงตัว ผู้เล่นสามารถปรับภูมิประเทศ ขุดพื้น ตัดภูเขา ทำทางเดิน หรือวางโครงสร้างให้เข้ากับพื้นที่ได้ค่อนข้างอิสระ ทำให้บ้านแต่ละหลังไม่จำเป็นต้องหน้าตาเหมือนกันหมด และนี่คือจุดที่ผมคิดว่าสายสร้างจะติดง่ายมาก เพราะแค่ตั้งใจว่าจะ “สร้างบ้านชั่วคราว” สุดท้ายมักกลายเป็นโปรเจกต์ยาวหลายชั่วโมงแบบไม่รู้ตัว ยิ่งเวอร์ชัน 1.0 เพิ่มระบบอย่าง Sparkworks เข้ามา ยิ่งทำให้ฐานไม่ได้มีไว้สวยอย่างเดียว แต่สามารถใส่กลไก ระบบเชื่อมต่อ และลูกเล่นที่ทำให้พื้นที่ของเรามีชีวิตมากขึ้น อีกอย่างที่ผมมองว่าสำคัญคือโลกของ Enshrouded มีบรรยากาศแฟนตาซีค่อนข้างชัด ทั้งซากอาณาจักร หมอก Shroud ป่า ภูเขา และพื้นที่ที่ดูมีเรื่องราว ทำให้การสร้างฐานรู้สึกเหมือนเรากำลัง “ยึดพื้นที่กลับคืนมา” มากกว่าตั้งบ้านลงบนแผนที่ว่าง ๆ ผมขอแนะนำว่าถ้าเพิ่งเริ่มเล่น อย่าเพิ่งรีบสร้างบ้านใหญ่ตั้งแต่แรก ลองสำรวจพื้นที่รอบ ๆ ก่อนว่าตรงไหนเดินทางสะดวก ใกล้ทรัพยากร และมีวิวหรือภูมิประเทศที่เหมาะกับแนวที่อยากสร้าง เพราะเมื่อเลือกทำเลดี การขยายฐานจะสนุกขึ้นมาก สำหรับผมเสน่ห์ของ Enshrouded สร้างบ้าน คือมันทำให้ผู้เล่นรู้สึกว่าฐานเป็นของเราเองจริง ๆ ไม่ใช่แค่จุดวางกล่องเก็บของกับเตียง และเมื่อระบบเอาตัวรอดเชื่อมกับการออกสำรวจ การหาทรัพยากร และการกลับมาปรับฐานเรื่อย ๆ วงจรการเล่นก็ลงตัวมาก ออกไปเสี่ยงข้างนอก หาแร่ หาไม้ หาไอเทม กลับมาสร้างของใหม่ แล้ววันต่อไปก็ออกเดินทางอีกครั้ง ถ้าคุณเป็นคนที่เคยติด Minecraft, Valheim หรือเกมสร้างฐานมาก่อน ผมคิดว่า Enshrouded มีโอกาสกินเวลาคุณได้ยาวมาก เพราะคำว่า “สร้างอีกนิดเดียว” ในเกมนี้มักจบลงตอนผ่านไปหลายชั่วโมงแล้วจริง ๆ

Enshrouded ไม่ได้มีดีแค่สร้างบ้าน ระบบต่อสู้และสายอาชีพทำให้เล่นเหมือน Action RPG เต็มตัว

สิ่งที่ผมคิดว่าหลายคนเข้าใจผิดเกี่ยวกับ Enshrouded คือมองว่าเกมนี้เป็น Survival ที่เน้นสร้างบ้านเป็นหลัก แล้วระบบต่อสู้เป็นแค่ของแถม แต่จากที่ดูภาพรวมจริง ๆ ผมกลับรู้สึกว่ามันใกล้กับ Action RPG มากกว่าที่คิด เพราะตัวเกมให้ความสำคัญกับการเลือกสายตัวละคร อาวุธ สกิล และรูปแบบการต่อสู้แบบจริงจังพอสมควร เราไม่ได้ถูกบังคับให้เล่นเป็นนักรบที่ถือดาบเหมือนกันทุกคน แต่สามารถเลือกได้ว่าจะไปทาง Fighter, Ranger, Mage หรือผสมหลายแนวเข้าด้วยกันตามสไตล์ของตัวเอง จุดที่ผมชอบคือ Skill Tree Enshrouded เปิดโอกาสให้ผู้เล่นทดลองตัวละครได้เยอะ บางคนอาจชอบถือโล่แล้วรับดาเมจหน้า บางคนเน้นยิงธนูจากระยะไกล หรือบางคนอยากเล่นเวทเต็มตัวก็มีทางให้ไปต่อได้ชัด โดยเฉพาะในเวอร์ชัน 1.0 ที่ระบบ Combat ถูกปรับครั้งใหญ่และเพิ่มความสามารถใหม่ให้สาย Mage หลายแบบ ทั้งเวทโจมตี เวทพื้นที่ และ Summon ทำให้การเล่นสายเวทไม่รู้สึกว่ามีแค่ยิงลูกไฟซ้ำ ๆ อย่างเดียว จากประสบการณ์ของผม เกม Survival ที่มีระบบต่อสู้ดีจะช่วยให้การออกสำรวจมีความหมายขึ้นมาก เพราะเวลาบุกดันเจียนหรือออกไปเจอบอส เราจะไม่ได้รู้สึกว่าแค่มาหาของแล้วกลับบ้าน แต่กำลังทดสอบ Build ของตัวเองจริง ๆ ซึ่ง ระบบต่อสู้ Enshrouded มีทั้ง Dodge, Block, Parry, การเลือกตำแหน่ง และการใช้สกิลให้ถูกจังหวะ ทำให้การต่อสู้ไม่ได้เป็นแค่ยืนฟันกันจนอีกฝ่ายเลือดหมด ผมขอแนะนำว่าคนที่เพิ่งเริ่มอย่าเพิ่งกระจายแต้ม Skill ไปทุกทาง เพราะช่วงแรกการเลือกสายหลักให้ชัดจะทำให้เล่นง่ายกว่า เช่น ถ้าชอบ Melee ก็ลงทุนกับ Stamina, Damage และความอึดก่อน หรือถ้าชอบ Mage ก็ค่อยเน้น Mana กับเวท จากนั้นค่อยแตกสายเพิ่มเติมทีหลัง อีกจุดที่ผมชอบคืออาวุธและ Gear มีผลกับสไตล์การเล่นจริง ไม่ได้เปลี่ยนแค่ตัวเลขอย่างเดียว พอได้อาวุธใหม่หรือชุดที่เหมาะกับ Build เราจะรู้สึกได้ทันทีว่าตัวละครเล่นลื่นขึ้นแค่ไหน และนี่คือสิ่งที่ทำให้การออกสำรวจมีแรงจูงใจตลอด เพราะเราไม่รู้ว่าจะเจอของที่ช่วยเปลี่ยน Build เมื่อไร สำหรับผม Enshrouded Action RPG จึงเป็นจุดขายที่ควรพูดถึงมากพอ ๆ กับระบบสร้างบ้าน เพราะคนที่ไม่ใช่สายสร้างก็ยังมีเหตุผลให้ติดเกมนี้ได้จาก Combat, Skill Tree และการล่าของเพียงอย่างเดียว และเมื่อเอาสองส่วนมารวมกัน เราจะได้เกมที่กลางวันออกไปตีบอส ตอนเย็นกลับมาสร้างบ้าน แล้ววันต่อไปก็ปรับ Build เพื่อออกไปพื้นที่ที่โหดกว่าเดิม ซึ่งเป็นวงจรที่เล่นต่อได้ยาวแบบไม่รู้สึกว่าทำเรื่องเดิมซ้ำไปเรื่อย ๆ

โลก Embervale มีอะไรให้ออกสำรวจ ทำไม Enshrouded ถึงเป็นเกมที่ออกจากบ้านแล้วกลับไม่ตรงเวลา

สิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกว่า Enshrouded ไม่ใช่เกม Survival ที่มีไว้แค่เก็บไม้ สร้างบ้าน แล้ววนทำของดีขึ้นเรื่อย ๆ คือโลกของ Embervale ถูกออกแบบให้การออกจากฐานมีเหตุผลตลอดเวลา เพราะตัวเกมเป็นโลกขนาดใหญ่ที่ทีมพัฒนาวางพื้นที่แบบ Handcrafted ไม่ใช่สุ่มสร้างใหม่ทุกครั้ง ทำให้ภูเขา ซากปรักหักพัง ป่า ทะเลทราย ดันเจียน และจุดสำคัญต่าง ๆ ถูกจัดวางมาเพื่อให้ผู้เล่นรู้สึกว่าแต่ละพื้นที่มีเรื่องราวและของบางอย่างรอให้ค้นพบอยู่จริง จากประสบการณ์ของผม เกม Open World ที่ทำให้ติดง่ายที่สุดมักเป็นเกมที่ตั้งใจจะไปทำอย่างหนึ่ง แต่ระหว่างทางกลับเจออีกสามอย่างจนลืมเป้าหมายแรก ซึ่ง การสำรวจ Enshrouded ให้อารมณ์แบบนั้นค่อนข้างชัด คุณอาจออกจากบ้านเพื่อหาแร่ แต่ระหว่างทางเห็นหอคอยอยู่บนเนิน เลยแวะขึ้นไปดู พอขึ้นถึงยอดกลับเห็นซากเมืองอีกแห่งอยู่ไกล ๆ แล้วสุดท้ายใช้เวลาไปทั้งคืนโดยยังไม่ได้กลับบ้านเลย จุดที่ทำให้โลกน่าสนใจมากขึ้นคือ Shroud หรือหมอกอันตรายที่ปกคลุมหลายพื้นที่ ผู้เล่นไม่สามารถเดินเล่นอยู่ข้างในได้อย่างสบาย เพราะเวลาที่อยู่ในหมอกมีขีดจำกัดและมีศัตรูที่อันตรายกว่าพื้นที่ปกติ ทำให้ทุกครั้งที่ตัดสินใจลงไปใน Shroud Enshrouded จะมีความรู้สึกเหมือนกำลังเสี่ยงเพื่อหาของหรือเปิดเส้นทางใหม่ ผมชอบตรงที่เกมไม่ได้ทำให้การสำรวจเป็นแค่การวิ่งเปิดแผนที่ แต่มีทั้ง Shroud Roots, Hollow Halls, ค่ายศัตรู และพื้นที่ลับที่ให้ Skill Point อุปกรณ์ หรือทรัพยากรกลับมาเป็นรางวัล ยิ่งในเวอร์ชัน 1.0 โลก Embervale ถูกขยายและปรับรายละเอียดหลายพื้นที่ใหม่ ทั้ง Springlands, Revelwood, Blackmire, Nomad Highlands และพื้นที่เพิ่มเติมที่ต่อออกไปจากแผนที่เดิม ทำให้แม้แต่คนที่เคยเล่น Early Access ก็ยังมีเหตุผลให้กลับมาเดินสำรวจใหม่อีกครั้ง นอกจากนี้ยังมี Cinder’s Cradle และ Hollow Halls เพิ่มเติมที่ยกระดับความท้าทายของช่วงท้ายเกมขึ้นไปอีก (enshrouded.com) สำหรับผมสิ่งที่ทำให้ โลก Embervale สนุกคือมันไม่ได้ยัดเครื่องหมายลงบนแผนที่จนเราแค่เดินตาม Checklist แต่มีจังหวะที่ผู้เล่นเห็นบางอย่างจากระยะไกลแล้วอยากไปดูเอง ความรู้สึกอยากรู้ว่า “ตรงนั้นมีอะไร” เป็นสิ่งที่เกมสร้างได้ดี และพอรวมกับระบบ Terrain แบบ Voxel ที่ให้เราขุดหรือปรับพื้นที่ได้ การเดินทางก็ไม่จำเป็นต้องมีทางเดียวเสมอไป หากหน้าผาขวางก็อาจขุดหรือหาทางลัดเองได้ ผมคิดว่านี่คือเหตุผลที่คนชอบสำรวจจะติดเกมนี้ง่ายมาก เพราะทุกครั้งที่ออกจากบ้านเราไม่ได้แค่หา Loot แต่กำลังค่อย ๆ ต่อภาพว่าอาณาจักรนี้พังลงได้อย่างไร และเมื่อโลกของเกมสามารถทำให้เราออกไปหาแร่แค่สิบห้านาทีแต่กลับฐานอีกทีหลังผ่านไปสองชั่วโมง ผมว่ามันทำหน้าที่ของ Open World ได้ดีแล้วครับ (enshrouded.com)

เล่นคนเดียวก็สนุก เล่นกับเพื่อนยิ่งวุ่น Enshrouded Co-op รองรับสูงสุด 16 คนมีอะไรให้ทำบ้าง

ถ้าเล่น Enshrouded คนเดียว เกมจะให้อารมณ์เหมือน Action RPG ผสม Survival ที่เราเป็นคนกำหนดจังหวะทั้งหมดเอง อยากสร้างบ้านก็สร้าง อยากออกสำรวจก็ไป หรือวันไหนอยากฟาร์มของเงียบ ๆ ก็ทำได้โดยไม่มีใครมายุ่ง แต่จากที่ผมมอง ความสนุกอีกแบบหนึ่งของเกมจะเริ่มชัดขึ้นทันทีเมื่อเข้า Enshrouded Co-op เพราะเกมรองรับผู้เล่นออนไลน์ได้สูงสุดถึง 16 คน และระบบหลักแทบทุกอย่างถูกออกแบบให้แบ่งหน้าที่กันได้อย่างเป็นธรรมชาติ คนหนึ่งอาจเป็นสายสร้างบ้านที่ใช้เวลาทั้งวันวางกำแพงและตกแต่งฐาน อีกคนเล่น Warrior คอยรับดาเมจ อีกคนใช้ธนูจากระยะไกล และอีกคนเล่น Mage คอยโจมตีพื้นที่หรือช่วยทีม ทำให้กลุ่มเดียวกันไม่จำเป็นต้องเล่น Build เหมือนกันทั้งหมด ผมคิดว่านี่เป็นข้อดีมาก เพราะเกม Co-op ที่สนุกจริงไม่ควรทำให้เพื่อนสี่คนรู้สึกว่าแค่ยืนทำสิ่งเดียวกัน แต่ควรเปิดโอกาสให้แต่ละคนมีหน้าที่ของตัวเอง เวลาจะออกบุก Hollow Halls หรือพื้นที่ Shroud ที่อันตราย การมีเพื่อนหลายสายช่วยกันจะทำให้รูปแบบการต่อสู้เปลี่ยนไปมาก Tank สามารถดึงความสนใจศัตรู ขณะที่ Ranger หรือ Mage ทำดาเมจจากด้านหลัง ส่วนคนที่ถนัดสำรวจอาจเป็นคนคอยมองทางหรือหา Loot ผมขอแนะนำว่าถ้ามีกลุ่มเพื่อน 3-4 คน เกมนี้เหมาะมากกับการเปิด Server แล้วค่อย ๆ สร้างโลกด้วยกัน เพราะนอกจากการต่อสู้แล้ว ระบบ Building ยังกลายเป็นกิจกรรมกลุ่มได้ดีมาก บางคนหาไม้ บางคนไปขุดหิน บางคนออกแบบบ้าน สุดท้ายฐานที่ได้จะรู้สึกเหมือนเป็นผลงานของทั้งทีม ไม่ใช่บ้านของคนใดคนหนึ่ง และถ้ามีคนออนไลน์ไม่พร้อมกันก็ยังเล่นต่อได้ เพราะ Enshrouded เล่นคนเดียว และ Offline ได้เต็มรูปแบบ ไม่ได้บังคับว่าต้องมีเพื่อนถึงจะสนุก (enshrouded.com) อีกอย่างที่ผมชอบคือ Enshrouded ไม่มี PvP เป็นแกนหลัก ทีมพัฒนาตั้งใจให้เกมเน้นการร่วมมือมากกว่าการแข่งกันเอง ดังนั้นเวลามีเพื่อนเข้ามาในโลก เป้าหมายจึงมักเป็นการช่วยกันสำรวจ สู้บอส สร้างฐาน และพัฒนาตัวละครมากกว่ากังวลว่าใครจะมาทำลายบ้านของเรา และสำหรับคนที่ชอบเข้าออกหลาย Server ตัวละครสามารถนำติดตัวไปยัง Server อื่นได้ ทำให้ไม่จำเป็นต้องเริ่มตัวใหม่ทุกครั้งที่ไปเล่นกับเพื่อนกลุ่มอื่น (enshrouded.com) ผมคิดว่า Enshrouded Co-op 16 คน จึงไม่ได้หมายความว่าเกมสนุกที่สุดก็ต่อเมื่อมีคนเต็ม Server เพราะจริง ๆ เล่น 2-4 คนก็กำลังดีมาก แต่ข้อดีของการรองรับคนเยอะคือกลุ่มใหญ่สามารถทำโปรเจกต์สร้างเมืองหรือออกผจญภัยพร้อมกันได้แบบที่ Survival หลายเกมทำไม่ได้ง่าย ๆ สำหรับผมถ้าเล่นคนเดียว Enshrouded ให้ความรู้สึกผจญภัยและสงบกว่า แต่ถ้าเล่นกับเพื่อน เกมจะเปลี่ยนเป็นความวุ่นวายแบบสนุก ๆ มีทั้งคนหลงทาง คนล้มกลางดันเจียน คนกลับบ้านไปสร้างกำแพงทั้งที่เพื่อนกำลังตีบอส และนั่นแหละคือเรื่องที่ทำให้เกม Co-op แบบนี้มีโมเมนต์ที่จำได้ยาวกว่าการเล่นตามเนื้อเรื่องเพียงอย่างเดียวครับ

Enshrouded 1.0 น่าเริ่มเล่นตอนนี้ไหม จากเกม Early Access สู่ Survival RPG ที่ของครบกว่าเดิมเยอะ

ถ้าถามผมว่า Enshrouded 1.0 น่าเล่นไหม ในตอนนี้ ผมคิดว่าเป็นช่วงที่เหมาะสำหรับเริ่มเล่นมากที่สุดช่วงหนึ่ง โดยเฉพาะคนที่เคยเห็นเกมตั้งแต่ Early Access แต่ยังไม่อยากกระโดดเข้ามาตอนที่ระบบต่าง ๆ ยังอยู่ระหว่างพัฒนา เพราะหลังจากเดินทางมาเป็นเวลานาน ตัวเกมในเวอร์ชัน 1.0 มีความรู้สึกเป็น Survival RPG ที่ครบเครื่องกว่าเดิมชัดเจน สิ่งที่ผมชอบคือ Enshrouded ไม่ได้พยายามเก่งเพียงด้านเดียว แต่เอาระบบหลายแบบมาผสมกันได้ค่อนข้างลงตัว คนที่ชอบสร้างบ้านมีระบบ Building ที่ละเอียดและให้อิสระสูง คนที่ชอบต่อสู้ก็มี Skill Tree อาวุธหลายประเภท บอส และดันเจียนให้ลอง Build ส่วนคนที่ชอบสำรวจโลกก็มี Embervale ขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยซากเมือง พื้นที่ Shroud ความลับ และของให้ค้นหาอยู่ตลอด จากประสบการณ์ของผม เกม Survival บางเกมมีช่วงแรกสนุกมากแต่พอสร้างบ้านเสร็จก็เริ่มไม่รู้ว่าจะทำอะไรต่อ ขณะที่ Enshrouded 1.0 มีโครงสร้างแบบ Action RPG เข้ามาช่วยให้เกิดเป้าหมายต่อเนื่อง เราสร้างฐานเพื่อเตรียมตัวออกเดินทาง ออกเดินทางเพื่อหาอุปกรณ์และทรัพยากรที่ดีขึ้น แล้วกลับมาใช้สิ่งที่ได้เพื่อพัฒนาฐานและตัวละครก่อนออกไปเจอพื้นที่ที่ยากกว่าเดิม วงจรนี้ทำให้แต่ละระบบช่วยกันขับเคลื่อนเกมแทนที่จะแยกออกจากกัน ผมขอแนะนำเป็นพิเศษสำหรับคนที่ชอบเกมอย่าง Valheim แต่รู้สึกว่าอยากได้ความเป็น RPG มากขึ้น หรือคนที่ชอบ Minecraft ในแง่การสร้างแต่ต้องการ Combat กับโลกแฟนตาซีที่จริงจังกว่า เพราะ Enshrouded อยู่ตรงกลางระหว่างสองแนวได้ค่อนข้างพอดี อีกเรื่องที่ทำให้ Enshrouded เวอร์ชัน 1.0 น่าเริ่มคือการปรับระบบพื้นฐานหลายส่วนให้ลื่นกว่าเดิม ทั้งการต่อสู้ การเคลื่อนไหว คุณภาพชีวิตระหว่างเล่น และพื้นที่ต่าง ๆ ในโลก ทำให้คนใหม่ไม่ต้องผ่านช่วงทดลองของระบบเหมือนผู้เล่น Early Access รุ่นแรก ๆ ส่วนคนที่มีเพื่อนก็ยิ่งได้ประโยชน์ เพราะสามารถเปิด Co-op แล้วช่วยกันสร้างฐาน ออกล่าบอส หรือแบ่งหน้าที่กันได้ แต่ถ้าเป็นสาย Solo ก็ไม่ได้เสียเปรียบ เพราะเกมสามารถเล่นคนเดียวได้เต็มรูปแบบเหมือนกัน สำหรับผมจุดที่น่าสนใจที่สุดคือเกมไม่ได้เร่งให้ผู้เล่นต้องไปถึง Endgame ให้เร็ว เราสามารถเสียเวลาหลายชั่วโมงกับการแต่งบ้าน ขุดภูเขา หรือออกเดินสำรวจแบบไม่มีเป้าหมายก็ยังรู้สึกว่าเวลาไม่ได้สูญเปล่า เพราะแทบทุกกิจกรรมมีบางอย่างกลับมาใช้ต่อได้ หากคุณกำลังหา เกม Survival RPG น่าเล่น ที่มีทั้งการสร้างฐาน ต่อสู้ สำรวจโลก และเล่นกับเพื่อนได้ยาว ๆ ผมคิดว่า Enshrouded 1.0 เป็นตัวเลือกที่น่าลองมาก และอันตรายที่สุดของเกมนี้อาจไม่ใช่ศัตรูใน Shroud แต่คือประโยคว่า “ขอสร้างบ้านต่ออีกแป๊บเดียว” เพราะรู้ตัวอีกทีอาจผ่านไปหลายชั่วโมงแล้วครับ

error: Content is protected !!